Saturday, August 9, 2008

แทกซี่ DRIFT

เรื่องก็มีอยู่ว่า ....วันนั้น เป็นช่วงเวลาพักเที่ยง ในวันทำงานอันแสนจะเคร่งเครียด ผมกับเพื่อนและพี่ที่ทำงาน ก็ต้องการจะออกไป สรรหา ของอร่อยๆ มาเติมเต็มกระเพาะที่ว่างปล่าวของพวกเรา เราเริ่มจากการโบกรถแท็กซี่ หน้าออฟฟิศ ไปยังร้านอาหาร เหตุการณ์ขาไปไม่มีอะไรเร้าใจ ถึงร้าน ทานข้าว กันปกติ

แต่ขากลับระหว่างเดินกลับ ออกมาจากร้านอาหาร เพื่อเรียกแท๊กซี่ กลับออฟฟิศ เราก็คุยปรึกษาเรื่องงานกันตามประสา และก็โชคดี มีแท๊กซี่ คันนึงกำลังแล่นมาพอดี ผมก็เลยโบกรถ ด้วยท่าทางสุภาพปกติมิเคยคิดจะกวนตีนแท๊กซี่คันนั้นแต่อย่างใด แท๊กซี่ก็จอดตามคำเชื้อเชิญ ผมกับเพื่อนๆก็ขึ้นรถ บอกปลายทาง และก็หันมาคุยเรื่องงานกันต่อ รถแล่นไปสักพักด้วยความสงบ พร้อมเสียงคุยกันระหว่างผมกับเพื่อนๆแต่เหตุการณ์เริ่มไม่สงบ ตั่งแต่ เพลง nothing at all ดังขึ้นในวิทยุของแท๊กซี่คันนั้น พอเพลงขึ้นปุ๊บ แท๊กซี่แกก็เปิดเสียงซะดังลั่น ไม่เกรงอกเกรงใจ บทสนทนาที่พวกเรากำลังคุยอยู่แต่อย่างใด ราวกับกว่า ฟังคลื่นนี้มา เป็นปี เพิ่งจะเปิดเพลงถูกใจกู ไรอย่างนั้นโอเค พวกผมหยุดคุย เราเข้าใจนาย แต่การหยุดคุยของพวกผม ยิ่งทำให้เหตุการณ์ดูย่ำแย่ลง จากที่ต้องหยุดคุยกันและต้องทนฟังเพลงเสียงดังๆไป ไม่พอ ยังต้องมาทนฟังเสียงร้องคลอเพลงของแท๊กซี่คันนั้นอีกโอเคเด๊ว ก็จะถึงออฟฟิศและ ทนหน่อยและกัน อีกไม่นาน

ผมส่งสายตาให้กำลังใจ เพื่อนๆที่อยู่ในรถอีกโค้งเดียวคับพวกเราก็จะถึงที่หมาย และ หลุดจากเพลง nothing at all ซักทีแต่....ผมไม่รู้ว่า เพลง มันเพี้ยนไป หรือ เพลงมันสะดุด หรือ อะไรก็ตามแต่ ทำให้แท๊กซี่คนนั้น หงุดหงิดอะไรหรือป่าว พอถึงหัวโค้งนั้น ปุ๊ป พี่แกก็แล่นเครื่องเต็มสูบ หักโค้งปัดตูด จน ตูดผมเองแทบจะเปียกเราหลุดโค้งไปได้อย่างปลอดภัยคับ แต่พวกเราก็ได้แต่นั่งเงียบเท่านั้น ผมเองก็คิดว่า อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกว่าดริฟท์ เคยดูแต่ในหนัง ไม่นึกเลยว่าจะได้มาสัมผัสรสชาติด้วยตัวเอง (ผมนั่งหลังอะคิดดู)แล้วก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย พวกเรารีบจ่ายตังค์ อย่างรวดเร็ว และรีบลงจากรถ เพราะกลัวมันจะทำไรแผลงๆอีก ไอ้สาด

ออฟฟิศของผมอยู่บริเวณ นอร์ทปาร์ค หลักสี่ ถ้าใครทำงานอยู่แถวๆนี้ ก็ ............... หึหึ

No comments: