พอดีได้โอกาสอู้งานพักร้อน 2 อาทิตย์ คือจริงๆแล้วผม ก็ไม่ได้ตั้งใจจะลา โหดขนาดนี้ หรอกคับ แต่ก่อนยื่นใบลาก็แค่กะฟลุ๊ค คิดว่ายังไงเขาก็ไม่ให้หรอก ที่ไหนได้ส่งปุ๊บ approved ปั๊บ อ่ะ ซวยและ ไปไหนดีวะยังไม่ได้คิด
ด้วยความที่อยากไป เชียงใหม่ มานานแล้ว แต่ไม่เคยได้ไปสักที บวกกับ อยากขึ้นเครื่องบิน (คือไม่เคยไงอยากลอง) แต่ติดตรงที่ว่า ดันลาแบบไม่ได้ปรึกษาเพื่อนฝูง ถ้าจะไปก็ต้องไปคนเดียว เอาวะ ลองดู
เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ การไปเที่ยวเชียงใหม่ในแบบ ที่ผมไป เผื่อจะมีคนสนใจ เดินตามรอย ดูนะคับ
วันแรก
- ผมไปเครื่องบิน 1 2 go ครับ ไปกลับก็ 3500 (พอดีเพื่อนผมอยู่สายการบินนี้เลยให้ออกตังค์ไปก่อน และมันก็ช่วย บอก กฏ กติกา มารยาท ในการขึ้นเครื่องครั้งแรกของผมเป็นอย่างดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปงึกๆ งักๆตอนขึ้นเครื่อง อายฝรั่งที่สนามบิน ขอบคุณ เพื่อนกอล์ฟ จริงๆ) เดินทางตั่งแต่ 10.20 - 11.30 โดยประมาณ
- เมื่อถึง สนามบินเชียงใหม่ ผมก็ ต้องช่วยตัวเองแล้ว โดยการเดินดุ่มๆ ออกไปหน้า สนามบิน เป้าหมายของผมคือ ต้องไปพักแถว ท่าแพ ให้ได้ หันซ้าย หันขวา อ้าว เฮ้ย มีตุ๊กๆ ผ่านมาพอดี ก็เรียกสิครับ ตกลงราคา จากสนามบิน ไป ท่าแพ ก็ 80 บาท จัดไป
- พอถึง ท่าแพ ก็แวะถ่ายรูป กำแพง ประตูเมือง สักนิด ก่อนเดินหา ที่พัก คือ ค่อนข้างมั่นใจ ว่าไม่เต็ม เพราะไปวันธรรมดา และก็จริง ผมได้ไปพักที่ โรงแรม ท่าแพ เพลซ สองคืน สามวัน 750x2 = 1500 บาท รวม breakfast
- ได้ที่พักเสร็จก็ออกไปหา ข้าวกิน ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยตื่นเต้นจัด แต่ที่น่าผิดหวังคือ อาหารพื้นเมืองหายาก มากแถวท่าแพ ส่วนใหญ่จะมีก็แต่ อาหาร ฝรั่ง ต่างๆ เพราะแถวนั้นฝรั่งเยอะมาก ก็เข้าใจร้านอาหารแถวนั้น ฝรั่งคงไม่ถนัดกิน ข้าวซอย ไส้อั่ว เท่าไหร่
- เสร็จจากการทานอาหาร เช้า ในเวลา บ่ายๆ ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรและ เลยกลับห้องไปนอนพัก รอมืดค่อยออกตระเวณราตรี กันแถว ถนน นิมมานเหมินต์
- เมื่อถึงเวลาค่ำ ผมก็เดินจาก ประตูท่าแพ ไปตามรอบคูเมือง ดู กำแพงเก่า รอบคู ซึ่งผมว่ามัน ขลังดี เดินไปเรื่อยๆ จนถึง กาดสวนแก้ว ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าน่าจะมีไรให้ดูเยอะ แต่ กลับไม่ค่อยมีอะไร เท่าไรในยามค่ำคืน จึงเดินต่อไป ยังถนน นิมมานเหมินต์ (บอกก่อนว่า ผมใช้ google map ในมือถือ ของผมตลอดการเดินทาง ไม่งั้นคงหลงแน่นอน)
- พอถึง ถนนนิมมานเหมินต์ ก็สมใจนึกคับ ผู้คนคึกคัก ของกินคึกครื้น และ ที่สำคัญ นักศึกษา มช. คับคั่ง อิอิ
ก็เลย นั่งกินข้าว จิบเบียร์ แถวนั้น ซึบซับบรรยากาศยามราตรี
- หมดหนึ่งคืน กลับห้องนอน
วันที่สอง
- ผม ตัดสินใจ หาเช่ามอไซค์ เพื่อจะได้ ตระเวณ รอบเมืองได้ง่าย และ ทั่วถึง ผมได้ มอไซค์รุ่น honda phantom ราคาก็ 600 บาท มัดจำ 4000 พร้อมบัตรประชาชน (จริงๆไม่อยากขับรุ่นนี้ เพราะไม่เคยขับ และรถมันใหญ่ แต่ รุ่นเบากว่านี้ ไม่เหลือแล้วคับพี่น้อง ขับง่ายคนอื่นก็เช่าไปหมด)
- ได้มอไซค์เสร็จก็ขับ ไปเติมน้ำมัน พร้อมทั้ง ทำความรู้จัก กับ เจ้า phantom ตัวนี้ ให้ดียิ่งขึ้น
- สถานที่แรก ที่ไป โดย ขับมอไซค์เช่าไปเองก็คือ สวนสัตว์เชียงใหม่ ผม ขับจาก ท่าแพ ตรง ไปตามถนนห้วยแก้ว เรื่อยๆ เด๊วก็เจอ แต่วันนั้น เป็นวันรับปริญญา มช. พอดี คับ รถติดสุดๆ มอไซค์ก็ใหญ่ คลัทช์ ก็แข็ง เหนื่อยข้อมือกันเลยจริงๆ
- พอถึง สวนสัตว์เชียงใหม่ ผมก็เลย ไปไหว้อนุสาวรีย์ ครูบาศรีวิชัย ก่อน (จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจเลยไปไหว้ก่อนคับ แต่ผมขับมอไซค์เพลินเลยสวนสัตว์ขึ้นไป ก็เลยแวะไหว้ก่อนกลับรถ) ค่าเข้าสวนสัตว์ ผู้ใหญ่ก็ 50 เด็ก 30 ครับ เข้าไปถึง ก็ ขึ้นรถทัวร์ภายในสวนสัตว์เลย 20 บาท พร้อม guide ตลอดเส้นทาง (สวนสัตว์ใหญ่มาก ถ้า มั่นใจใน ศักยภาพการเดินมาราธอนของตัวเอง ก็ เดินได้ครับ แต่กว่าจะครบคงมืดพอดี)
- เสร็จจากสวนสัตว์เชียงใหม่ ผมก็บึ่งมอไซค์ กลับท่าแพทันที รู้สึกเพลียอย่างบอกไม่ถูก เพราะ รถติด ร้อน รถมอไซค์ก็คันใหญ อู้ววววว ไม่ฟิตจิง อย่าเลียนแบบ อาจล้มป่วยได้
- พอกลับถึงห้อง พักเหนื่อย รอมืดอีกเช่นเคย มืดเสร็จก็ออกหาข้าวทาน แถวไนท์บาซ่าร์ กินเสร็จก็ ขับมอไซค์เล่น เรื่อยเปื่อย หลงไปเรื่อย แต่โชคดีมี google map ช่วย ไม่ต้องอาศัยดูดาวเหนือเอา
- หมดไปอีกหนึ่งวัน
วันสุดท้าย
- วันนี้ผม plan ไว้ว่า ผมจะ ขึ้นไปไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ ด้วยมอไซค์ที่เช่ามา แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อวาน ทำให้ผมรู้ซึ้งว่า ไม่ไหวแน่ แค่ขับไปสวนสัตว์ก็จะตายแล้ว ขืนขับ phantom ขึ้นเขา คงไม่ไหว ถึงไหว ก็กลับมา check out และ คืนรถ ไ่ม่ทัน เที่ยง และถ้าร้ายแรงกว่านั้น ก็ตกเครื่องบินอีก
- ผมเลยตัดสินใจ ไปคืนรถ และ check out ก่อนเลย หลักจากนั้นก็ นั่งตุ๊กๆ ไปยัง สวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อไปขึ้นคิวรถแดง ที่จะขึ้นไป ดอยสุเทพ ในราคา 80 บาท 3 คน (จริงๆ ต้องรอ 10 คน แต่วันนั้นไม่มีคนจริงๆ เลย ตกลงกะฝรั่งร่วมรถ ว่า 80 นะ เอามั้ย ไปเลย เขาก็ตกลง แต่ถ้าครบ 10 คน ราคาจะถูกกว่า 80 บาท)
- แล้วรถก็ออกเดินทางจาก หน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ขึ้น ดอยสุเทพ ระหว่างทาง ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่ไม่ทะลึ่ง ขี่มอไซค์มาเอง ไม่งั้นอาจเกมแน่นอน ทางชัน และ คดเคี้ยว สุดๆ ตัดสินใจถูกละกู
- ถึง วัดพระธาตุดอยสุเทพ ก็ ขึ้นไปไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ ตามปกติ แต่ช่วงนี้ เจดีย์พระธาตุ มีการซ่อมบำรุง อาจไม่ได้เห็นความสวยงามเต็มตา แต่ก็ได้กราบไหว้ เป็น สิริมงคล ถือว่าคุ้มแล้วคับ
- เสร็จจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผมก็ ขึ้นรถต่อไป ดอยปุย โดยอัตราค่าโดยสาร 160 บาท ไปกลับ รอประมาณ 4 คนรถถึงออก
- พอถึงดอยปุย ก็แวะถ่ายรูป ดอกฝิ่น ชาวเขา ซื้อของฝาก ตามประสา เสร็จและก็กลับมาที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพเช่นเดิม
- ขากลับ ผมนั่งรถแดงจาก หน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพ มาถึง กาดสวนแก้ว และ ต่อ ตุ๊กๆ ไปสนามบิน ทันเวลา ขึ้นเครื่อง พอดี คุณพระคุ้มครอง
จบแล้วกับทริปโดดเดี่ยว อิน เชียงใหม่ ผมรู้สึกประทับใจ กับ นิสัย ของคนที่นั้นนะครับ ค่อนข้าง อ่อนหวาน ซื่อ เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว และผมรู้สึกปลอดภัย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเชียงใหม่ แม้ว่าผมจะไปคนเดียวก็ตาม อืมม แปลกดี อยู่จังหวัดนนท์ บ้านผม ยังไม่รู้สึกปลอดภัยเท่านี้เลยอะ
สุดท้ายก็ อยากแนะนำให้ทุกคน ลองไปเที่ยวดูนะคับ แต่ตอนที่ผมไป อากาศก็ไม่ค่อยต่างกะ กทม เท่าไรนัก ถ้าจะไป ก็ดูพยากรณ์อากาศกันเองและกัน ว่าช่วงไหน หนาว ช่วงไหน ไม่หนาว เด๊วไปถึงแล้ว จะได้ไม่ fail สำหรับคนอยากไปสูดอากาศหนาว เมืองเหนือ
No comments:
Post a Comment